(ถึงจะบอกไม่มีแพร์ริ่งแต่ก็ไม่มั่นใจว่าตัวเองจะไบแอสไหม แต่เรื่องที่จะวิเคราะห์ไม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ทางโรแมนติกค่ะ)
 
บทวิเคราะห์นี้อิงมาจากทั้งFree!ซีซั่น1 และFree!ES ซีซั่น2 และHighSpeed! 1,2
เรื่องที่จะวิเคราะห์คือเรื่อง "อัจฉริยะ" ค่ะ
 
เริ่มเรื่องของฟรี!คือเรื่องการคงอยู่ของฮารุและน้ำ
คำอธิบายการว่ายน้ำของฮารุที่ไม่มีใครเข้าใจ
 
"

Once you dive in it, it will immediately bare its fangs and attack. But there’s nothing to fear. Don’t resist the water. Thrust your fingers into the surface and carve an opening. Then you slide your body through that opening. Moving your arms, your head, your chest…

"
ความต้องการที่คนอื่นไม่เข้าใจ
 
"

All I want is to feel the water. With my skin. my eyes, my soul… To never doubt what it makes me feel. Believe in myself. Don’t resist the water. Welcome it. We accept one another.

"
 
และประโยคต่อมาเมื่อตอนโตจากคุณย่า(หรือคุณยาย)ที่เสียไปแล้วของฮารุ
 
"

When you’re ten, they call you a prodigy. When you’re fifteen, they call you a genius. Once you hit twenty, you’re just an ordinary person.

"
 
ด้วยนิสัย ความสามารถในการว่ายน้ำ และความคิดที่ชาวบ้านไม่สามารถเข้าใจ ฮารุคงจัดว่าเด็กอัจฉริยะด้านการว่ายน้ำมากและเก่งในด้านอื่นๆ คิดว่าฮารุค่อนข้างทรมาณกับความที่ไม่เหมือนชาวบ้านอยู่ไม่น้อย(ไม่นับเรื่องการว่ายน้ำ ทั้งความคิดที่ผิดคนธรรมดาคิด) คุณย่าเลยเอ่ยประโยคนี้ขึ้น(ด้วยสาเหตุอะไรซักอย่าง) เราคิดว่าทำให้ฮารุรู้สึกดีที่ซักวันตัวเองจะเหมือนคนธรรมดาซักที
 
ก่อนอื่นขอแยกคำว่า "เก่ง" กับ "อัจฉริยะ" ก่อนค่ะ
เก่ง อาจจะมาจากความพยายามหรือไหวพริบ ความสามารถในการเรียนรู้เร็วที่มีมาแต่กำเนิด หรือทั้งสองอย่าง
 
อัจฉริยะ ความสามารถที่ได้มาที่โดดเด่นออกจากชาวบ้าน และมักจะมีทฤษฎี การมองปัญหาหรือโลกที่ต่างไป มีความเข้าใจในแบบตัวเองที่คนอื่นเอาไปทำบ้างไม่ได้ เรียกว่าเห็นในสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นในด้านวิทยศาสตร์ค่ะ จริงๆในทางวิชาการ อัจฉริยะก็อาจเรียกว่าเป็นพวกออธิสติคอีกแบบค่ะ 
 
คนเก่งคือยังคิดในแบบแผนในกรอบ ทำอะไรที่ยังอยู่ในกรอบๆหนึ่งได้ดี หัวไวเรียนรู้เร็ว
 
อัจฉริยะคือสร้างกรอบของตัวเองที่เป็นของเฉพาะบุคคล โลกที่ถูกอธิบายโดยตัวเขาเอง มีลอจิคในแบบของเขา และส่วนมากมักจะเอาตัวเองเป็นมาตรฐานค่ะ(ฮา) ในไฮสปีดมาโคโตะก็บอกฮารุอยู่บ่อยว่าอย่าใช้ตัวเองเป็นมาตรฐาน โดยเฉพาะเรื่องเรียนหนังสือ
 
เรามีเพื่อนที่อืม เรียนเก่งมากๆ ก็ที่หนึ่งของภาควิชาสมัยเรียนป.ตรีค่ะ บางครั้งทำโจทย์(ส่วนมากจะพวกlinear controller system ไม่ก็Probabilityด้านไฟฟ้า) ไม่ได้ก็ขอดูเขาอยู่บ้าง ปัญหาคือโจทย์ยากๆเขาเขียนสามบรรทัดตอบและถูก (โดยที่เราและเพื่อนเขียนไปเกือบเต็มพื้นที่ก็ยังไม่ได้คำตอบTvT) ซึ่งขอให้เขาอธิบายก็ไม่ต่างจากที่เขาเขียนในกระดาษหรอกสามบรรทัดสั้นๆ และก็มักจบว่าแค่นี้เองทำไมถึงไม่เข้าใจกัน อา... ประมาณนั้นค่ะ เขามีตรรกะส่วนตัวที่เราไม่สามารถเข้าถึง
 
ซึ่งเหมือนเอาฮารุมาสอนเรย์ว่ายน้ำล่ะค่ะ (ฮา)
 
พวกอัจฉริยะจะเป็นพวกผลการเรียนดีหรือไม่ดีก็ได้ค่ะ มีความติสท์ในตัวเพราะเขามีมองโลกต่างจากเรา
 
--------------------------------------------------------
 
กลับมาที่ฟรี! ปมของเรื่องตัวเอกนำเราทั้งสอง "ฮารุกะ" และ "ริน"
 
ฮารุ อย่างที่ทุกคนรู้ว่าถูกติดป้ายไว้เลยว่าอัจฉริยะ ทฤษฎีว่ายน้ำที่ชาวบ้านไม่เข้าใจ และการไม่ใส่ใจใครจะว่าอะไรน้องเขาขอซาบะไว้ก่อน
 
กับ
 
ริน ซึ่งศึกษาทฤษฎีด้วย ซ้อม และพยายามในการว่ายน้ำ ขยัน และมีวินัย แน่นอนมักมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์รองรับเวลาจะเปลี่ยนเทคนิคว่ายน้ำซักอย่าง ทั้งการฟิตร่างกายทั้งหลาย
 
แน่นอนโลกมันไม่ยุติธรรมที่คนทำงานหนักอย่างรินถึงแพ้ฮารุมาโดยตลอด
 
และจุดที่แตกหักคือการที่ฮารุว่ายน้ำชนะรินที่อุตส่าห์ไปเรียนออสเตรเรียตอนม.1 รินท้อที่ความพยายามไม่สามารถก้าวผ่านคนที่แทบไม่ต้องพยายามอะไรมากมายอย่างฮารุ
 
ซึ่งถ้าอ่านไฮสปีด!2 จะพบว่าการว่ายน้ำของฮารุในรีเลย์แห่งตำนานทำให้อาซาฮีถึงกับไม่สามารถว่ายฟรีสไตล์ได้ถ้ามีฮารุดูอยู่เพราะรู้สึกไม่มั่นใจในการว่ายของตัวเองเมื่อเปรียบเทียบกับฮารุ อิคุยะที่ไม่สามารถเป็นตัวแทนว่ายฟรีสไตล์เพราะฮารุเร็วกว่า โชตะพี่ชายของอากิที่ว่ายแพ้ฮารุและแอบไปฝึกว่ายในแม่น้ำจนโดนแบนห้ามลงแข่ง ซึ่งอากิก็เหมือนให้ฮารุรับผิดชอบ และสุดท้ายก็คือรินที่ทิ้งความฝันหลังกลับมาแพ้ฮารุ (จริงๆมีเรื่องมาโคโตะอิจฉาในความเข้มแข็งไม่กลัวใครของฮารุด้วยแต่ไม่รู้จะนับดีไหมเพราะไม่เกี่ยวกับการว่ายน้ำ"orz) 
 
ในไฮสปีด!2ก็มีตอนหนึ่งที่บอกว่าการว่ายฟรีสไตล์ตามธรรมชาติของฮารุเร็วกว่าการใช้ทฤษฎีการว่ายฟรีสไตล์ที่มีตามวิทยาศาสตร์การกีฬา (แต่ฮารุก็ยังฝึกตามทฤษฎีเหมือนเพื่อนๆ เหมือนความอยากว่ายเร็วของตัวเองและเหมือนเจ้าตัวจะเพลินดีกับการลองทำโน่นนี่)
 
ฮารุจึงคิดว่าตัวเองไม่สมควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับใครเพราะลังแต่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน เลยลาวงการออกจากการว่ายน้ำแข่งไป แต่เจ้าตัวก็ยังติดการเป็นส่วนหนึ่งในน้ำ เลยเหลือแช่น้ำกับว่ายเล่น
 
ความหวังหนึ่งเดียวของเจ้าตัวคือเป็นคนปกติที่ไม่เป็นจุดสนใจของใครๆ ไม่ไปทำร้ายใครโดยบังเอิญ
 
ฮารุเป็นอัจฉริยะสติเฟื่อนที่ค่อนข้างซื่อ อ่อนภายใน ให้ความสำคัญกับคนที่เข้ามาในชีวิตหรือก็คือเพื่อนเอามากๆ คงเป็นสาเหตุที่เจ้าตัวไม่ค่อยอยากได้เพิ่มเท่าไหร่เพราะตัวเองก็ต้องเผลอหรือใจอ่อนไปช่วยเขาทุกที
 
 
------------------------------------------------
 
 
การพบกันของฮารุกับริน
 
ทำให้เปิดโลกของฮารุขึ้นว่ามีคนที่ว่ายเร็วกว่าตัวเองอยู่
 
ด้วยตรรกะ
 
ว่ายเร็ว = รู้สึกถึงน้ำ(หรือเรียกว่าน้ำยอมรับในตัวคนว่าย)ได้มากกว่า 
 
ดังนั้นจึงแพ้ไม่ได้ และด้วยนิสัยที่ต่างกันสุดขั้วราวน้ำกับไฟ น้ำใกล้ไฟก็มีเดือดขึ้นสิ ท่าทางเป็นไทป์ที่ฮารุไม่ชอบขี้หน้าด้วย (เหมือนในไฮสปีด!ตอนเจอหน้าครั้งแรกก็ว่างั้น อนิจจามีเพื่อนสนิทเป็นมาโคโตะชอบช่วยคนที่ดูเหมือนเดือดร้อน และเข้ากับคนได้ทุกประเภท มาโคโตะในไฮสปีด!เป็นเหมือนน้ำสบู่ที่รวมน้ำมันกับน้ำอยู่รวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ แต่ด้วยบุคลิคบางอย่างทั้งสองเชื่อฟังมาโคโตะดี)
 
พอยอมรับเป็นทีมเป็นเพื่อน ด้วยความซื่อ(บื้อ)จึงค่อนข้างเทหมดใจให้ความสำคัญเขาไปด้วยไม่ใช่แค่เรื่องว่ายน้ำ ฮารุจะให้ความสำคัญกับเพื่อน(ซึ่งใช่ว่าตัวเองจะรับเข้ามาง่ายๆ)เอามากๆ อย่างนางิสะในไฮสปีด!เพราะเป็นน้องน้อยเลยดูแลราวกับตัวเองเป็นแม่ แม้จะไม่ใช่วิสัยตัวเองก็พยายามอดทนเพื่อให้นางิสะสบายใจ
 
ปัญหาคือรินที่จดจ่อกับการว่ายน้ำของฮารุซึ่งเป็นดังไอด้อลก็ว่าได้(ตามจดหมายถึงโซตอนม.1)และนิสัยที่ค่อนข้างเอาแต่ใจ จนเผลอเรอมองข้ามความรู้สึกคนรอบข้างไปกับโซก็เป็น แน่นอนว่าด้วยนิสัยที่ต่างสุดขั้วกับฮารุเลยไม่เข้าใจความคิด และไม่ตระหนักถึงความเปราะในของฮารุ อาจจะเพราะมาเป็นเพื่อนกันในช่วงเวลาสั้นๆ หรือเพราะมองไอด้อลจึงมองข้ามจุดอ่อนนี้ไป แต่สำหรับคนอื่นอย่างนางิสะที่ได้อ้อนฮารุต่ออีกหนึ่งปีเต็มและมาเป็นเพื่อนไปไหนไปกันตอนม.ปลายอีก หรือเรย์ที่ใช้ชีวิตในร.ร. ไปไหนมาไหนด้วยกันเป็นกลุ่มมาปีนึงเต็มๆ ทั้งสองค่อนข้างรู้ว่านิสัยภายในของฮารุจริงๆเป็นยังไงมากกว่า
 
ในภาคสอง ทั้งนางิสะและเรย์ดูจะไม่ผลักดันฮารุมากนักว่าต้องเป็นโปร เรย์ก็บอกเองว่าถึงว่าเขาจะชื่นชอบการว่ายน้ำของฮารุกะเซมไป แต่ตอนนี้ ฮารุกะจะเป็นโปรหรือไม่เป็นโปร ว่ายน้ำหรือไม่ ขอให้ฮารุกะเซมไปยังเป็นฮารุกะเซมไปก็พอ คือมิตรภาพก้าวข้ามคำว่าผู้ชื่นชอบฮารุกะเพราะว่ายน้ำสง่างามมาแล้ว
 
(ส่วนมาโคโตะใครๆก็รู้ว่าฮารุกะคือลมหายใจไม่อธิบายนะ=_=")
 
เรียกว่าความสวยงามของมิตรภาพหนุ่มๆอิวาโทบิก็ได้ 
 
 
เหมือนออกนอกเรื่อง
 
โดยสรุป
ฟรี!มีจุดให้คนคิดเรื่องโลกของคนอัจฉริยะและโลกของคนธรรมดาอยู่ด้วย ซึ่งซีซั่นแรกไขไม่ค่อยกระจ่างประโยคคุณย่าตอนเริ่มเรื่องนี้ แต่เหมือนซีซั่นสองจะเริ่มแสดงออกถึงมุมมอง การมองโลกของฮารุกะและเราอาจจะรู้ความหมายของคำพูดคุณย่ามากขึ้น
 
 
ปล.
 
ความเห็นส่วนตัวเรา อัจฉริยะกับยังเป็นอัจฉริยะ ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ค่ะ ฮา คือโลกที่เขาเห็นไม่เหมือนที่เราเห็นหรอกXD
 
แต่ก็นะความพอใจในชีวิตของคนต่างกัน เราไม่สามารถตัดสินว่าคนไหนประสบความสำเร็จในชีวิตได้เต็มปากหรอกค่ะ ถ้าไม่ใช่ชีวิตที่เขาหวังไว้จะเรียกว่าประสบความสำเร็จได้อย่างไร
 
ส่วนตัวคิดว่าย่าคงบอกว่าพอโตขึ้นเข้าสู่โลกของผู้ใหญ่ ทุกอย่างคือผลประโยชน์ ถ้าเขาไม่สามารถเอาความสามารถเราไปทำผลประโยชน์ได้เราก็ไร้ค่าในสายตาพวกเขาล่ะมั้งคะ? เหมือนแมวมองที่เห็นความสามารถของฮารุเพื่อแค่เอามาเป็นสัตว์วิ่งแข่ง ผอ.เห็นแค่ทำให้ร.ร.มีชื่อเสียง ถ้าฮารุปฏิเสธหรือทำไม่ได้ก็เป็นแค่คนธรรมดาไร้ความสำคัญ
 
และเมื่อฮารุว่ายเพื่อสิ่งพวกนี้ทั้งๆที่ไม่อยาก สงสัยในสิ่งตัวเองกำลังทำ น้ำก็คงไม่สามารถยอมรับในตัวฮารุได้ จึงต่อต้าน เจ้าตัวถึงเจ็บปวดมากๆ ในเมื่อน้ำเป็นเหมือนชีวิตของเขา
 
สรุปฮารุxน้ำนี่ล่ะค่ะออฟฟิเชียลสุดXD (นับเป็นแพร์ริ่งไหม?)
ไม่ได้เข้ามานานมากๆๆๆๆๆๆๆๆ จะครบปีไปยังนะ อัพที่เพจตลอดแต่ก็บ่นอิดออดแบบในบล็อคไม่ได้ล่ะนะ"orz
 
งานยังอัพอยู่ที่เพจค่ะ จะเจียดเวลามาอัพที่นี่บ้าง ม..ไม่สัญญานะ"orz
ยังคงอัพรูปวาดกับโดสั้นของฟรี!อยู่ต่อเนื่องค่ะ โดปู่ย่ายังดองอยู่เลยTvT จริงๆเขียนล่วงหน้าไปตอนแล้วแต่ยังไม่ได้สแกนเลยกับยังไม่ได้แต่งภาพแต่งเส้น
 
รู้สึกไม่ดีทั้งเรื่องงานทั้งวาดรูป รู้สึกท้อทุกอย่าง 
 
เรื่องงานเรื่องการ ก็เหมือนโดนเอาเปรียบ พี่ก็ช่างไม่ให้กำลังใจ แม่กับพ่อก็กลัวแต่เค้าจะไม่ส่งงาน ส่งมาเกินค่าจ้างแล้ว"orz
 
วาดรูปไปก็รู้สึกหงอยขึ้นเรื่อยๆ จนไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะวาดจริงจัง พยายามไปทำไมนะ
เวลาวาดออกมาก็รู้สึกว่าอยากให้มีคนชมบ้าง... บางคนคิดว่าคำชมมันเป็นน้ำผึ้งบาดคอ แต่สำหรับเรามันเหมือนน้ำปลอบประโลมที่ทำให้เรารู้สึกอยากมีชีวิตอยู่ 
 
ความเงียบมันทำให้คนฟุ้งซ่านไปเรื่อย จนคิดว่ามีคนมาด่าอาจจะดีกว่าเงียบกริบก็ได้
 
 
 
ทุกวันนี้ได้แต่คิดว่าที่วาดไปมันดีจริงๆหรือ โดที่เขียนไปนอกจากเนื้อเรื่องแล้ว ภาพมันไม่เป็นสาระสำคัญเลยหรือ จนคิดประชดอยากวาดเป็นมนุษย์ก้างปลาเลย"orz
 
คนที่อ่านโดเราเพราะเนื้อเรื่องอย่างเดียวไม่ใช่ภาพหรือเปล่า ถึงบอกพยายามเรื่องเนื้อให้ดีที่สุด แต่ถ้าคนไม่ประทับใจกับภาพก็รู้สึกไม่อยากวาด ไม่อยากโชว์ใครเลย
 
เฮ้อ
 
สีก็ลงไม่เทพ เส้นสัดส่วนก็ไม่เป๊ะเหมือนเหล่าเทพ เส้นก็เริ่มตกยุค เบี้ยวก็เบี้ยว
 
เหล่าเทพก็ไม่แล สามัญชนยังไม่แน่ใจว่าจะมองเลยหรือเปล่า
 
 
 
 
 
เป็นแค่เหลือบเงาในวงการจริงๆ *หามุมขุดหลุมฝังตัวเอง
 
 
 
 
 
จบการบ่นแต่เพียงเท่านี้
 
(.  .  )
 
รูปแถมวาดเล่นในกระดาษA4 สำหรับคนที่หลงมาอ่านจิตใจป่วยๆของจขบ.
 
 
 
สุดท้ายจริงละ
ฝากเพจด้วยค่ะ ในfbมันลงโดสบายอ่านเป็นหน้าๆได้ ไม่ต้องคอยหลบเรทด้วย"orz แต่ถ้าไม่เนื้อบ่ากว่าแรงจะกลับมาลงที่บล็อคด้วยล่ะนะ

Tags