[fic][khr]What is love? III (D18) ตอนที่ 1

posted on 08 Aug 2013 21:39 by papyrustree in fanfic

Katekyo Hitman Reborn! Fan fiction

What is love? III

pairing: D18 อาจมีเพิ่มในตอนถัดๆไป

Warning: PG-13 with whitening ?

ทั้งหมดเป็นเรื่องแต่งขึ้นไม่มีเค้าความจริงจากออฟฟิเชียลแต่อย่างใด อาจมีคำผิดบ้างนะคะ ไม่ค่อยสันทัดและขี้เกียจหาในพจนานุกรมค่ะ //สารภาพ

 

ตอนที่ 1

 

ผ่านมาแล้ว 1 ปี หลังจากที่ผมกลับมาที่ญี่ปุ่นเพื่อทำการวิจัยวิธีรักษาอาการของผมด้วยไฟธาตุ

 

สิ่งที่คิดค้นขึ้นมาได้คือ การใช้ไฟเมฆาในการเพิ่มความแรงของไฟธาตุอื่น อุปกรณ์ชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมา บูสเตอร์(booster)

ผมซึ่งมีความสามารถทางด้านไฟสายหมอกอยู่บ้าง จึงสามารถที่จะสร้างอวัยวะเทียมได้จากภาพลวงตาเหมือนกับผู้ใช้พลังสายหมอก แต่ในทางกลับกันต้องใช้พลังเมฆาในความเข้มข้นสูงจึงไม่เหมาะที่จะใช้วิธีนี้ไปตลอด อย่างที่สองคือ บูสเตอร์ขนาดเล็กที่สามารถฝังไว้ในร่างกาย คุณสมบัติคล้ายๆกับกระสุนวองโกเล่ แต่เป็นกระสุนที่ออกฤทธิ์ในระยะนานกว่ากระสุนปกติ และเมื่อหมดฤทธิ์ตัวบรรจุจะสามารถสลายไปเอง

 

ผมใช้วิธีนำไฟธาตุอรุณฉีดเข้าไปที่ไขสันหลังที่มีปัญหาเพื่อรักษาเส้นประสาทเร็วขึ้น ใช้ระยะเวลามาประมาณหนึ่งปี ผมถึงสามารถ เคลื่อนไหวได้เหมือนกับฮิบาริ เคียวยะ นกกระจาบก่อนที่จะสูญเสียปีกไป เมฆาอันทรนง ไม่มีผู้ใดสามารถเหนี่ยวรั้งไว้ได้ เมฆาที่ทุกคนหวั่นกลัว

 

ถึงภายนอกจะดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยน แต่ผมรู้ดีว่าตัวผมเปลี่ยนไป...

 

 

"เคียวยะ" เสียงที่คุ้นเคยดังมาแต่ไกล

"ทำไมไม่บอกก่อนว่านายจะมาอิตาลี แล้วนี่เดินทางมาคฤหาสถ์วองโกเล่ยังไง ใครไปรับที่สนามบิน แล้วๆ....."

ดีโน่คาบัคโลเน่ก็ยังเหมือนเดิม ยังห่วงผมจนน่ารำคาญ จนผมทนไม่ได้ที่จะ เคาะกระโหลกหนาๆของม้าด้วยทอนฟาซักหนึ่งที

"โอ้ย เคียวยะถ้าฉันความจำเสื่อมจำเคียวยะไม่ได้ขึ้นมาแล้วจะทำยังไง"

"ผมจะได้เป็นอิสระซักที" คำพูดที่ไม่ทันคิดของผม ก่อนที่เสียงเจือไปด้วยความตัดพ้อเอ่ยขึ้น

"ถ้าเคียวยะอยากได้ไม่ต้องโขกให้ฉันความจำเสื่อมหรอก" กว่าผมจะรู้ตัวว่าเจ้าม้าพยศไม่ตลกด้วยก็เอาตอนที่รู้สึกหันไปมองม้าพยศซึ่งเงียบไปซักพัก ดวงตาสีน้ำผึ้งหม่นลงจากปกติ รอยยิ้มที่ส่งมาดูฝืนๆ

 

 

 

ความสัมพันธ์ระหว่างเรามันไม่เหมือนเดิม มันเหมือนเชือกที่ถูกตัดออกแล้วกลับมาผูกใหม่ แม้จะเชื่อมต่อกันแต่ปมที่ติดอยู่ก็ไม่อาจหายไปได้

 

สิ่งที่ทำได้ก็คงแค่ผูกปมนั้นให้แน่นขึ้น ประคับประคองให้มันอย่าหลุดอีกครั้ง

 

ถึงจะพูดแบบนั้น แต่คนอย่างฮิบาริ เคียวยะเคยง้อใครที่ไหน และผมก็ใช้ความเงียบก้าวข้ามช่วงเวลาที่แสนอึดอัดนี้ไปอีกแล้ว

 

ทั้งๆที่การมาอิตาลีคราวนี้... เพื่อเป็นตัวแทนจากวองโกเล่ไปงานฉลองครบรอบดำรงตำแหน่งดอนแห่งคาบัคโลเน่รุ่นที่สิบ

 

ผมไม่อยากยอมรับหรอกว่าผมมาที่นี่เพราะเจ้าม้าแก่นั่น เพราะวันนี้ยังเป็นวันครบรอบวันตายของคาบัคโลเน่รุ่นที่เก้าหรือพ่อของดีโน่ คาบัคโลเน่ เมื่อก่อนผมมักจะเข้าร่วมเพราะม้าพยศยืนกรานให้ผมมา